หมอนรองนาฬิกา: ขนาด วัสดุ และการเลือกให้พอดี
หมอนรองนาฬิกาดูเหมือนเป็นของชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่สำคัญ แต่มันคือชิ้นส่วนเดียวในกล่องนาฬิกาที่สัมผัสกับตัวเรือนโดยตรง ซึ่งทำให้มันเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด
หมอนรองนาฬิกามีไว้ทำอะไร
มีสามหน้าที่ หนึ่งคือประคองสายให้โค้งตามธรรมชาติเหมือนตอนอยู่บนข้อมือ สายหนังจึงไม่เกิดรอยพับซ้ำที่เดิม สองคือยกฝาหลังตัวเรือนให้ลอยเหนือพื้นกล่อง จะได้ไม่มีอะไรเสียดสีกัน และสามคือกันไม่ให้นาฬิกาไถลไปมาในช่องเก็บเวลาขยับกล่อง
นาฬิกาที่วางราบอยู่ในกล่องโดยไม่มีหมอนรอง เสียทั้งสามข้อนี้พร้อมกัน
การเลือกขนาด: วัดที่วงของสาย ไม่ใช่ตัวเรือน
ใส่สายนาฬิกาให้สนิทเหมือนตอนสวมใส่จริง วางนาฬิกาตะแคงลง แล้ววัดเส้นรอบวงด้านในของวงที่สายกลายเป็น ตัวเลขนั้นคือค่าที่ต้องใช้จับคู่ ไม่ใช่ขนาดตัวเรือน
หมอนที่ดีจะเติมเต็มวงนั้นพอดีด้วยแรงสัมผัสเบา ๆ และสม่ำเสมอ ถ้าคุณต้องกดหมอนหรือดึงสายให้ยืดจึงจะใส่ได้ แปลว่าหมอนใหญ่เกินไป และแรงตึงทั้งหมดจะไปลงที่สปริงบาร์ แต่ถ้านาฬิกาไถลหรือขยับไปมาได้ แปลว่าหมอนเล็กเกินไป และตัวเรือนจะเสียดสีกับผ้าบุด้านใน
วัสดุ
สิ่งที่ต้องดูจริง ๆ มีสองอย่าง คือผ้าด้านนอกและไส้ด้านใน
- กำมะหยี่: นุ่ม ไม่ขูดผิว และจับสายไว้เบา ๆ ให้นาฬิกาอยู่กับที่ เป็นตัวเลือกยอดนิยมด้วยเหตุผลที่ชัดเจน
- หนังกลับและไมโครไฟเบอร์: สัมผัสใกล้เคียงกัน ยึดเกาะดีขึ้นเล็กน้อย แต่อาจทิ้งเส้นใยละเอียดไว้บนสายเหล็ก
- ไส้โฟม: คงรูปและคืนตัวได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้หมอนยังประคองสายได้ดีแม้ผ่านไปหลายปี
- ไส้แบบใยหลวม (สำลี เม็ดโฟม): ยุบถาวรและแบนลงภายในไม่กี่เดือน ควรเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อใหญ่ที่สุดคือเลือกซื้อจากขนาดตัวเรือนแทนที่จะเป็นเส้นรอบวงของสาย ถัดมาคือการนำหมอนพลาสติกแข็งที่ติดมากับกล่องตอนซื้อนาฬิกามาใช้ซ้ำ ของพวกนั้นออกแบบมาเพื่อการขนส่ง ไม่ใช่การเก็บรักษา และมักใหญ่เกินไป อีกข้อคือการฝืนดันสายหนังใหม่ที่ยังแข็งอยู่ลงบนหมอนขนาดเต็มก่อนที่หนังจะนิ่มตัว
หมอน E.Type ของ Kollektion กว้าง 47mm รองรับนาฬิกาที่มีเส้นรอบวงสายตั้งแต่ 160mm ขึ้นไป ซึ่งครอบคลุมนาฬิกาส่วนใหญ่ที่คนทั่วไปมีอยู่