วิธีป้องกันรอยขีดข่วนบนนาฬิกา และวิธีจัดการกับรอยที่มีอยู่แล้ว
รอยขีดข่วนสะสมขึ้นเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่ป้องกันได้ เกือบทั้งหมดเกิดจากจังหวะเดิม ๆ ไม่กี่จังหวะที่เกิดซ้ำอยู่ทุกวัน
รอยขีดข่วนมาจากไหนกันแน่
ถ้าลองไล่ดูนาฬิกาที่มีรอยสักเรือน จะพบว่ารอยมักกระจุกอยู่ในตำแหน่งเดิม ๆ ด้วยเหตุผลเดิม ๆ
- ขอบโต๊ะทำงาน: ด้านข้างตัวเรือนตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา เสียดสีกับขอบโต๊ะขณะพิมพ์งาน นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของรอยที่ด้านข้างตัวเรือน
- วงกบประตูและผนัง: แค่เฉี่ยววงกบประตูที่ทาสีเบา ๆ ก็ทิ้งรอยขาวชัดไว้บนขอบหน้าปัดที่ขัดเงาแล้ว
- เก็บรวมกันไว้ที่เดียว: วางนาฬิกาหลายเรือนไว้ด้วยกันโดยไม่มีอะไรกั้น หรือวางปนกับกุญแจและเหรียญในถาดใส่ของ
- ตอนถอดและใส่กลับ: นาฬิกาหลุดมือตกลงบนพื้นผิวแข็งขณะปลดตัวล็อกสาย
แก้ที่วิธีจัดเก็บ
แค่ปรับสองอย่างก็ตัดรอยที่เกิดจากการจัดเก็บออกไปได้เกือบหมด อย่างแรกคือหนึ่งเรือนต่อหนึ่งช่อง เพื่อไม่ให้โลหะสัมผัสกับโลหะ อย่างที่สองคือมีวัสดุบุนุ่ม ๆ อย่างผ้าสักหลาดหรือกำมะหยี่ คั่นระหว่างนาฬิกากับทุกพื้นผิวที่นาฬิกาวางอยู่
หมอนรองนาฬิกาทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือยกฝาหลังให้ลอยพ้นพื้นช่อง และประคองสายไว้ไม่ให้ตัวล็อกแกว่งมากระแทกตัวเรือน
แก้ที่พฤติกรรมประจำวัน
ถอดนาฬิกาออกก่อนทำกิจกรรมที่มีการเสียดสี ไม่ว่าจะเข้ายิม งานช่าง ทำสวน หรือยกกล่องของ ใส่ให้หลวมกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตัวเรือนถูกกดแนบกับพื้นผิวขณะขยับตัว และเวลาวางลง ให้วางบนผ้า อย่าวางลงบนไม้หรือหินโดยตรง
ล้างสายเหล็กด้วยน้ำอุ่นเป็นระยะ เศษฝุ่นละเอียดที่ติดอยู่ตามข้อสายทำงานเหมือนผงขัดละเอียด และค่อย ๆ ทำให้ผิวงานหมองลงจากด้านใน
รอยแบบไหนที่ยังแก้ทีหลังได้
ผิวเหล็กแบบขัดลายเป็นผิวที่ให้อภัยมากที่สุด รอยตื้น ๆ มักกลบให้กลืนไปกับแนวลายได้ ส่วนผิวขัดเงาจะโชว์ทุกรอย แต่ก็ส่งขัดใหม่กับช่างมืออาชีพได้ โดยแลกกับขอบมุมตัวเรือนที่มนลงเล็กน้อยทุกครั้งที่ขัด
กระจกแซฟไฟร์แข็งมากแต่เปราะ มันจะบิ่นมากกว่าจะเป็นรอย และเมื่อบิ่นแล้วก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่ซ่อม ส่วนกระจกมิเนอรัลและอะคริลิกเป็นรอยง่าย แต่อะคริลิกขัดให้ใสได้เองที่บ้านด้วยน้ำยาขัดพลาสติก ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบจริง ๆ ของนาฬิกาวินเทจ
ส่วนผิวเคลือบอะโนไดซ์ PVD และ DLC ขัดไม่ได้ เมื่อชั้นเคลือบถูกขูดจนทะลุแล้ว รอยนั้นจะอยู่ถาวร นอกจากจะส่งเคลือบตัวเรือนใหม่ทั้งเรือน